"ลิ้นกับฟัน พบกันทีไรก็เรื่องใหญ่" ใจความตอนหนึ่งของเพลง "คู่กัด "ศิลปิน เบิร์ด ธงไชย
แน่นอนครับ คนเราอยู่ด้วยกัน ก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง เป็นธรรมดา
แต่เคยสังเกตุไหมครับ คนในสมัยก่อน ทะเลาะกันเช้าเย็น แต่ก็อยู่ทะเลาะกันจนแก่ชรา
ทะเลาะตอนเช้า ตอนเย็นดีกัน ,ทะเลาะกันตอนเย็น ตื่นเช้ามาดีกัน
หรืออย่างเก่ง ออกจากบ้านไป 3-4วัน สุดท้ายกลับมาคืนดีกัน
แต่...
คนสมัยนี้ ทำไมเลิกรากันช่างง่ายดาย
ลองฟังตรรกะมั่วๆของผมดูไหมครับ
อาจจะเป็นเพราะวิธีการที่ใช้บอกรัก หรือสื่อสารกันคนสมัยก่อน ใช้จดหมายติดต่อกัน เขียนโต้ตอบกันอยู่เป็นปีๆ กว่าจะได้ลงเอยกัน และเรื่องราวในจดหมายนั้น ล้วนเป็นเรื่องดีๆที่หยิบมาอ่านครั้งใดก็ชื่นใจ (ก็แหม ใครจะส่งจดหมายบรรยายเรื่องร้ายๆด่ากันล่ะครับ โกรธๆกัน อยากเขียนด่า กว่าจะเขียนจบ กว่าจะใส่ซอง ซื้อแสตมป์ หย่อนตู้ มันก็หายโกรธกันแล้ว)
ครั้นเมื่อมีปัญหาบาดหมางกัน หยิบยกความทรงจำดีๆเหล่านั้นขึ้นมาระลึกถึง มันก็ทำให้ความบาดหมางนั้นบรรเทาหรือลบเลือนลงได้
ตรงกันข้าม
ความรักสมัยใหม่ มันช่างรวดเร็วทันใจ เจอปุ๊บ คลิกปั้บ รักกัน คบกัน เลิกกัน ช่างง่ายดาย
อีกทั้งหลายๆคู่ ทะเลาะกัน ก็โพสต่อว่ากันในโลกโซเชียล ทางLine ทางFacebook หาคนผิด หาคนถูก หากรรมการ หนักกว่านั้นคือแฉเรื่องราวไม่ดีของอีกฝ่ายได้รับรู้ สุดท้ายอย่าว่าแต่กลับมาคืนดีกันเลยครับ แค่มองหน้ากันยังไม่ติด
คู่รักบางคู่ ตอนทะเลาะกัน โพสระบายความรู้สึกไว้ แต่ไม่ถึงกับแฉกัน
ผ่านไปวันสองวัน ต่างฝ่ายต่างใจเย็นลง กลับมาคุยกันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด วันเวลาผ่านไปกลับไปอ่านเจอเรื่องราวแย่ๆที่โพสไว้ ความรู้สึกแย่ๆที่หลงลืมไป กลับมาเป็นชนวนให้เกิดความบาดหมางอีกครั้ง ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ดังคนมีแผลในใจ สุดท้ายเลิกรากัน
เรื่องจะกลับมาคบกัน ลืมไปได้เลย เพราะต่างฝ่ายต่างพบรักใหม่ รวดเร็วทันใจ เช่นเคย
"เราไม่อาจเลือกจดจำแต่สิ่งดีๆ
หรือเลือกไม่จดจำในสิ่งที่แย่ๆ
แต่อย่างน้อยๆ
เราเลือกที่จะบันทึกสิ่งดีๆได้
และเลือกที่จะไม่บันทึกสิ่งที่แย่ๆได้"
หลีกเลี่ยงการสร้างตราบาปแห่งความรู้สึก หยุดบันทึกกรรมแห่งความบาดหมาง
"ความรักเป็นสิ่งล้ำค่า
หากแต่การรักษาความรักไว้ให้ยั่งยืน ช่างเป็นสิ่งที่คุ้มค่า"
ขอให้ทุกท่านสุขสมหวังในความรักครับ
